logo

รีวิว เครื่องฟอกอากาศ Electrolux รุ่นไหนดี PM2.5 หายใจสะดวกขึ้น

user avatar
รัตนา ธรรมสถิตย์·07/08/2025 12:05
点赞
รีวิว เครื่องฟอกอากาศ Electrolux รุ่นไหนดี PM2.5 หายใจสะดวกขึ้น

ช่วงนี้อากาศเมืองไทยนี่มันชวนให้ปอดพังจริงๆ เลยว่ามั้ยคะสาวๆ ไหนจะฝุ่น PM2.5 ที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ ไหนจะกลิ่นอับ กลิ่นอาหาร กลิ่นน้องหมาน้องแมวสารพัด ยิ่งช่วงหน้าฝุ่น หน้าหนาวปลายปีงี้ โอ้โหหหห นึกว่าอยู่ท่ามกลางหมอกควัน ไม่ใช่หมอกรักนะจ๊ะ หมอกพิษ! การมีเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่องนี่เลยไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่ต้องมีแล้วววว

และหนึ่งในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนไทยคุ้นเคยกันดี๊ดี แถมยังทำเครื่องฟอกอากาศออกมาได้น่าสนใจสุดๆ ก็คือ Electrolux นี่แหละค่ะ เขาออกมารุ่นย่อยๆ เพียบจนบางทีก็เลือกไม่ถูกว่า เอ๊ะ! รุ่นไหนนะที่จะช่วยให้เราหายใจสะดวกขึ้นจริงจัง โดยเฉพาะกับเจ้าฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ตัวร้าย วันนี้ค่ะซิส! ดิฉันนี่แหละจะพาทุกคนไปเจาะลึก รีวิวแบบบ้านๆ สไตล์คนไทย ใช้จริง เจ็บจริง (เรื่องเงินในกระเป๋า!) มาดูกันว่าเครื่องฟอกอากาศ Electrolux รุ่นไหนน่าโดน รุ่นไหนเหมาะกับห้องเราที่สุด พร้อมแล้วก็ไปดูกันเล้ยยยย!


1. ภาพรวมสินค้า: รู้จัก Electrolux Air Purifier ตัวท็อปถึงตัวรอง

แบรนด์: Electrolux (อิเล็กโทรลักซ์)
ประเภทสินค้า: เครื่องฟอกอากาศ
ช่วงราคา: มีตั้งแต่หลักพันปลายๆ ไปจนถึงเกือบสามหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาดห้องที่รองรับ

Electrolux มีเครื่องฟอกอากาศหลายซีรีส์เลยค่ะ ที่ฮิตๆ ในบ้านเราและเน้นเรื่อง PM2.5 ก็จะมีกลุ่ม Flow A3, Flow A4, Flow A5, Flow A6 และ Pure A9 ซึ่งแต่ละรุ่นก็ออกแบบมาให้เหมาะกับขนาดห้องและความต้องการที่ต่างกัน ตั้งแต่ห้องเล็กๆ อย่างห้องนอนไปจนถึงห้องนั่งเล่นใหญ่เบิ้ม

ตำแหน่งในตลาด: มีตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น (Flow A3/A4) สำหรับห้องไม่ใหญ่มาก รุ่นกลาง (Flow A5/A6) สำหรับห้องขนาดมาตรฐาน ไปจนถึงรุ่นท็อป (Pure A9) ที่ฟังก์ชันครบครัน ครอบคลุมพื้นที่กว้างสุดๆ

จุดเด่นหลักๆ ที่เค้าเคลมมา:

  • จัดการ PM2.5 ได้สบาย: ใช้ฟิลเตอร์ HEPA คุณภาพดี ดักจับฝุ่นจิ๋วได้ถึง 99.9% หรือบางรุ่นละเอียดถึง 0.01 ไมครอน!
  • กรองสารพัดสิ่ง: ไม่ใช่แค่ฝุ่นนะ แบคทีเรีย ไวรัส ละอองเกสร ไรฝุ่น กลิ่นอับ กลิ่นสัตว์เลี้ยง ก็จัดการได้เรียบ
  • ดีไซน์สวย: สไตล์มินิมอล เข้ากับบ้านทุกแบบ วางตรงไหนก็ดูดี
  • ใช้งานง่าย: หลายรุ่นมีเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศอัตโนมัติ และบางรุ่นเชื่อมต่อแอปฯ ควบคุมผ่านมือถือได้
  • ทำงานเงียบ: มีโหมด Sleep ที่แทบจะไม่ได้ยินเสียงเลย ไม่รบกวนเวลานอน

2. ดีไซน์ & รูปลักษณ์ภายนอก: เรียบหรู ดูสบายตา

เครื่องฟอกอากาศ Electrolux ส่วนใหญ่จะมาในทรงกระบอกหรือทรงเหลี่ยมมุมโค้งๆ หน่อย ดีไซน์เค้าจะเน้นความมินิมอล เรียบง่าย เข้ากับสไตล์บ้านสมัยใหม่ได้ไม่ยากเลยค่ะ วัสดุที่ใช้ก็ดูแข็งแรงทนทาน ไม่ก๊องแก๊ง สีก็มักจะเป็นโทนขาว เทา ดำ ชมพูพาสเทลให้เลือกตามชอบ

ขนาดและน้ำหนัก: แตกต่างกันไปตามรุ่นค่ะ รุ่นเล็กอย่าง Flow A3/A4 ก็จะกะทัดรัดหน่อย ยกไปมาในห้องสะดวก แต่ถ้ารุ่นใหญ่ Pure A9 นี่คืออลังการงานสร้าง เหมาะกับวางอยู่กับที่ไม่ต้องขยับบ่อยๆ

เหมาะกับวางไว้ที่ไหน: รุ่นเล็กเหมาะกับห้องนอน โต๊ะทำงาน รุ่นกลาง-ใหญ่ก็ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก หรือออฟฟิศเล็กๆ ได้เลย

อุปกรณ์เสริมในกล่อง: หลักๆ ก็จะมีตัวเครื่อง ไส้กรอง (ที่ต้องแกะพลาสติกออกก่อนใช้นะจ๊ะ!), สายไฟ, คู่มือการใช้งาน


3. ประสบการณ์ในการใช้งานฟังก์ชันหลัก: หายใจโล่งแบบไม่มโน

หัวใจหลักของเครื่องฟอกอากาศคือระบบกรองนี่แหละค่ะ Electrolux เค้าใช้ระบบกรองหลายชั้น (3-5 ขั้นตอน) ซึ่งรวมถึง Pre-filter (ดักจับฝุ่นหยาบ ผม ขนสัตว์) Activated Carbon Filter (ดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นอับ ควันบุหรี่ สารเคมี) และที่สำคัญคือ HEPA Filter ที่เป็นพระเอกในการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กมากๆ อย่าง PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บางรุ่นยังมี Anti-bacterial Filter หรือระบบ UV-C Light ช่วยยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส รา ได้อีกด้วย

ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate): ตัวเลขนี้บอกความสามารถในการฟอกอากาศบริสุทธิ์ ยิ่งค่าสูงยิ่งฟอกได้เร็วและเหมาะกับห้องใหญ่ขึ้น Electrolux มีค่า CADR ที่หลากหลายตามรุ่น ตั้งแต่หลักร้อยสำหรับห้องเล็กๆ ไปจนถึงเกือบ 500 สำหรับห้องใหญ่สุดๆ

ตอนใช้งานจริง พอเปิดเครื่องไปสักพัก โดยเฉพาะถ้าอากาศในห้องแย่ๆ จะเห็นได้เลยว่าไฟแสดงสถานะคุณภาพอากาศค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดง/ส้ม เป็นสีเหลือง แล้วก็เป็นสีเขียวในที่สุด คือรู้สึกได้เลยว่าอากาศสะอาดขึ้น สดชื่นขึ้น จมูกโล่งขึ้นจริงๆ นะคะ!


4. ประสบการณ์การใช้งาน & ความง่ายในการใช้: ไม่ต้องเป็นวิศวกรก็ใช้ได้!

เรื่องความง่ายในการใช้งานนี่ Electrolux ทำได้ดีเลยค่ะ รุ่นใหม่ๆ จะมีหน้าจอสัมผัสที่ใช้งานง่าย ไอคอนชัดเจน มีโหมด Auto ที่เครื่องจะปรับความแรงพัดลมเองตามคุณภาพอากาศที่เซ็นเซอร์ตรวจจับได้ มีโหมด Sleep ที่ทำงานเงียบกริบ และบางรุ่นก็มี Child Lock ป้องกันเด็กๆ มากดเล่นด้วย

สำหรับรุ่นที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ (เช่น Pure A9, UltimateHome 500/700) นี่ชีวิตยิ่งสบายขึ้นไปอีกค่ะ โหลดแอป Electrolux Wellness มาในมือถือ ก็ดูค่าฝุ่น ค่าความชื้น ตั้งเวลาเปิด-ปิด ปรับความแรงพัดลม หรือเช็คอายุไส้กรองได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่นอกบ้านหรือขี้เกียจลุกจากเตียงก็สั่งได้สบายๆ

เรื่องเสียงตอนทำงาน ปกติโหมด Auto หรือความแรงต่ำๆ นี่เงียบมากค่ะ ได้ยินแค่เสียงลมเบาๆ แต่ถ้าเปิดความแรงสูงสุดเพื่อเคลียร์อากาศเร็วๆ ก็อาจจะมีเสียงดังขึ้นมาบ้างเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ได้ดังจนหนวกหูอะไร


5. แบตเตอรี่ / พลังงาน / ความคุ้มค่าในระยะยาว: จ่ายครั้งแรกแล้วมีจ่ายต่อไหม?

เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่ใช้ไฟบ้านโดยตรง ไม่ได้ใช้แบตเตอรี่ค่ะ เรื่องการกินไฟก็ถือว่าประหยัดใช้ได้เลย โดยเฉพาะถ้าใช้ในโหมด Auto หรือ Sleep mode ที่เครื่องจะปรับการทำงานให้เหมาะสม

แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาในระยะยาวคือ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไส้กรอง ค่ะ อันนี้คือค่าใช้จ่ายหลักเลย ไส้กรอง HEPA และ Carbon Filter ของ Electrolux มีอายุการใช้งานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความหนักของมลพิษในห้องเรา พอถึงเวลาต้องเปลี่ยน เครื่องจะมีไฟแจ้งเตือน หรือเช็คผ่านแอปฯ ได้เลย

ราคาไส้กรอง Electrolux ก็มีหลายราคาตามรุ่นค่ะ ตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงพันกว่าบาทต่อชุด ถ้าเทียบกับอากาศสะอาดที่เราได้หายใจเข้าไปทุกวัน ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่านะคะ ลองคำนวณดูว่าในหนึ่งปีต้องเปลี่ยนกี่ครั้ง งบประมาณเราไหวไหม


6. ข้อดี-ข้อเสีย: มีอะไรที่ชอบ มีอะไรที่แอบขัดใจ?

ข้อดีเด็ดๆ ที่คนไทยน่าจะชอบ:

  • กรอง PM2.5 ได้ดีจริง: อันนี้คือจุดเด่นหลัก หายใจโล่งสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ดีไซน์สวยงาม มินิมอล: วางตรงไหนก็เข้ากับบ้าน ไม่ขัดตา
  • มีหลายรุ่น หลายขนาด: เลือกให้เหมาะกับห้องและงบประมาณได้ง่าย
  • ใช้งานง่าย: ทั้งแบบปุ่มกดและควบคุมผ่านแอปฯ
  • มีระบบกรองกลิ่น: ช่วยให้บ้านไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์

ข้อเสียที่อาจทำให้ลังเลใจ:

  • ค่าใช้จ่ายไส้กรองระยะยาว: ต้องมีงบสำหรับซื้อไส้กรองมาเปลี่ยนทุกปี
  • ราคาเครื่องบางรุ่นสูง: รุ่นท็อปๆ หรือรุ่นสำหรับห้องใหญ่ ราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
  • หาซื้อไส้กรองรุ่นเก่าๆ อาจจะยาก: ถ้าใช้ไปนานๆ แล้วรุ่นตกรุ่นไปแล้ว อาจจะต้องหาซื้อตามร้านออนไลน์ที่ไม่ใช่ official หน่อย

7. เหมาะกับใคร & คำแนะนำในการซื้อ: ซื้อเลยดีไหม หรือรอโปรดีกว่า?

เครื่องฟอกอากาศ Electrolux เหมาะมากๆ ค่ะสำหรับ:

  • คนที่เป็นภูมิแพ้ / เป็นหวัดง่าย: อากาศสะอาดช่วยลดอาการได้เยอะเลย
  • บ้านที่มีเด็กเล็ก / ผู้สูงอายุ: เป็นกลุ่มที่ต้องการอากาศบริสุทธิ์เป็นพิเศษ
  • คนเลี้ยงสัตว์: ช่วยจัดการขนสัตว์และกลิ่นได้ดี
  • คนที่อยู่คอนโด / บ้านใกล้ถนน: พื้นที่เหล่านี้มักมีฝุ่น PM2.5 สูง
  • คนที่อยากได้เครื่องที่ใช้งานง่าย ดีไซน์สวย: Electrolux ตอบโจทย์นี้แน่นอน

ควรซื้อเลยไหม?: ถ้าคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องคุณภาพอากาศในบ้าน งบประมาณถึง และต้องการเครื่องที่ได้มาตรฐาน ยี่ห้อเชื่อถือได้ ก็ซื้อเลยค่ะไม่ต้องลังเล!

หรือรอช่วงโปรดีกว่า?: อันนี้แหละทีเด็ด! เครื่องใช้ไฟฟ้า Electrolux ชอบมีโปรโมชั่นดีๆ ตามแพลตฟอร์มออนไลน์ใหญ่ๆ (Lazada, Shopee, Central Online, Power Buy Online) หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่าย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลลดราคาต่างๆ (เช่น 11.11, 12.12, สงกรานต์, ปีใหม่) มักจะมีส่วนลด ของแถม หรือโปรผ่อน 0% ให้ได้ช้อปแบบสบายกระเป๋าขึ้นเยอะ แนะนำว่าถ้าไม่รีบมาก รอดูโปรโมชั่นก่อนก็เป็นความคิดที่ดีค่ะ


8. เปรียบเทียบกับสินค้าคล้ายๆ กัน (เลือกใส่ก็ได้): ตัวไหนดีกว่ากันนะ?

ถ้าเทียบ Electrolux ด้วยกันเอง รุ่น Flow A3/A4 จะเหมาะกับห้องขนาดไม่เกิน 20-30 ตร.ม. ฟังก์ชันไม่ซับซ้อนมาก ราคาเป็นมิตร ส่วนรุ่น Flow A5/A6 จะขยับมาที่ห้องขนาด 40-50 ตร.ม. ฟังก์ชันอาจจะเยอะขึ้นมาหน่อย และรุ่นท็อปอย่าง Pure A9 นี่คือสำหรับห้องใหญ่ 60-88 ตร.ม. ฟังก์ชันครบสุดๆ มีแอปฯ ควบคุม ดีไซน์พรีเมียม

ถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นในตลาดที่มีช่วงราคาและกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกัน เช่น Sharp หรือ Philips Electrolux มักจะเด่นที่เรื่องดีไซน์ที่ดูโมเดิร์นกว่า และรุ่นใหม่ๆ มีฟังก์ชันเชื่อมต่อแอปฯ ที่ใช้งานง่าย ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการกรอง PM2.5 แบรนด์ชั้นนำส่วนใหญ่ก็ทำได้ดีใกล้เคียงกันค่ะ


9. บริการหลังการขายและช่องทางการซื้อ: ซื้อแล้วสบายใจได้ไหม?

Electrolux มีการรับประกันสินค้าเครื่องฟอกอากาศ โดยปกติอะไหล่ไฟฟ้าและค่าแรงจะรับประกัน 2 ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างนานและน่าพอใจค่ะ สามารถติดต่อศูนย์บริการ Electrolux ในประเทศไทยได้ถ้ามีปัญหา

ช่องทางการซื้อ: หาซื้อได้ง่ายมากๆ ค่ะ ทั้งร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำทั่วไป (Power Buy, HomePro) และแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยม (Lazada, Shopee, Central Online) การซื้อออนไลน์สะดวก มีตัวเลือกเยอะ ส่วนใหญ่มีบริการส่งถึงบ้าน และอย่างที่บอกไปว่ามักจะมีโปรโมชั่นส่วนลด โค้ด หรือเงินคืนให้ได้ใช้คุ้มๆ

การผ่อนชำระ 0% ก็มีให้เลือกตามบัตรเครดิตและแพลตฟอร์มที่ร่วมรายการ ส่วนเรื่องค่าจัดส่งและระยะเวลา ก็ขึ้นอยู่กับร้านและพื้นที่จัดส่งค่ะ ปกติในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็จะส่งเร็วกว่าต่างจังหวัด


10. บทสรุปและคำแนะนำในการซื้อ: ฟันธง! ควรซื้อไหม?

จากที่รีวิวมาทั้งหมด ถ้าถามว่าเครื่องฟอกอากาศ Electrolux รุ่นไหนดีสำหรับ PM2.5 และทำให้หายใจสะดวกขึ้นจริงๆ จังๆ ดิฉันฟันธงเลยว่าดีค่ะ! โดยเฉพาะรุ่นที่มีฟิลเตอร์ HEPA คุณภาพสูง และมีค่า CADR เหมาะสมกับขนาดห้องของคุณ

สำหรับผู้เริ่มต้น หรือห้องขนาดเล็ก (ไม่เกิน 20-30 ตร.ม.): รุ่น Flow A3 หรือ A4 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ ราคาไม่แรง ฟังก์ชันพื้นฐานครบ กรองฝุ่นและกลิ่นได้ดี

สำหรับห้องขนาดกลาง (ประมาณ 40-50 ตร.ม.): ลองดูรุ่น Flow A5 หรือ A6 ค่ะ CADR สูงขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ได้ดีกว่า

สำหรับห้องขนาดใหญ่ หรืออยากได้ฟังก์ชันครบๆ ควบคุมผ่านแอปฯ: จัดไปเลยค่ะ Pure A9 ซีรีส์ ตอบโจทย์แน่นอน ดีไซน์สวย พรีเมียม ฟังก์ชันฉลาด

คำแนะนำเฉพาะ:

  • คนงบน้อย: มองหารุ่น Flow A3/A4 ช่วงจัดโปรโมชั่นค่ะ คุ้มแน่นอน
  • คนเน้นสะดวก ควบคุมผ่านมือถือ: เลือกรุ่น Pure A9 หรือ UltimateHome ที่รองรับแอปฯ ค่ะ ชีวิตสบายขึ้นเยอะ
  • คนเป็นภูมิแพ้หนักๆ หรือมีเด็ก/ผู้สูงอายุ: เลือกรุ่นที่มีระบบกรองหลายชั้น มี UV-C หรือ Anti-bacterial Filter เพิ่มเติมก็จะช่วยได้มากค่ะ

สุดท้ายแล้ว การมีเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่อง เหมือนการลงทุนเพื่อสุขภาพปอดและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนะคะ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกเครื่องฟอกอากาศ Electrolux ที่ใช่สำหรับทุกคนนะคะ!

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่วงนี้อากาศบ้านเราก็อย่างที่รู้ๆ กันเนอะ บางวันดี๊ดี บางวันก็มีเรื่องให้จามกันทั้งวัน ทั้งฝุ่น PM2.5 ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ไหนจะสารพัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในบ้านอีก! หลายคนก็เริ่มหันมามองหาเครื่องฟอกอากาศเป็นตัวช่วยชีวิต แล้วเจ้า Amway Atmosp
รีวิว เครื่องฟอกอากาศ Amway Atmosphere Sky: คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อสุขภาพไหม?
สวัสดีค่าทุกคนนน! วันนี้มาเจอกับการรีวิวเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วงนี้ฮิตสุดๆ ชนิดที่ว่ามองไปทางไหนก็เจอ เพราะมลพิษบ้านเรามันไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ ใช่แล้วค่ะ! เรากำลังพูดถึง เครื่องฟอกอากาศ นั่นเอง! และรุ่นที่เราจะมารีวิววันนี้ไม่ใช่รุ่นเล็กๆ กระจิ
รีวิว เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Max: ฟอกอากาศไว ครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ไหม?
สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้จะมาเม้าท์มอยเรื่อง gadget คู่บ้านที่ช่วงนี้ฮิตสุดๆ นั่นก็คือ เครื่องฟอกอากาศ นั่นเองค่ะ! โดยเฉพาะแบรนด์ Xiaomi นี่คือยืนหนึ่งเรื่องความคุ้มค่าและดีไซน์มินิมอลที่เข้ากับบ้านเราได้ทุกสไตล์เลยใช่ไหมคะ? แต่รุ่นที่เราจะมาล
รีวิว เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Max: ฟอกอากาศไว ครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ไหม?

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

โอ้โห! วันนี้จะพาไปวาร์ปย้อนยุคกันที่ สวนคุณปู่ Life Museum แหม แค่ชื่อก็กินขาดแล้วป่ะ! หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้แว่วๆ โดยเฉพาะสายเที่ยว สายคาเฟ่ที่ชอบวิวปังๆ แต่สงสัยกันไหมว่าที่นี่มันมีอะไรดีนอกจากวิวสวยๆ? เป็นแค่ร้านอาหารธรรมดา หรือเป็
รีวิว สวนคุณปู่ สถานที่ท่องเที่ยว/ร้านอาหาร บรรยากาศย้อนยุค
โอ้โห! วันนี้จะมารีวิวซีรีส์ที่แค่ชื่อก็กินขาด แถมยังเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งในบ้านเราด้วยนะ กับเรื่อง "Clickbait" ที่เคลมว่าเป็นแนวสืบสวน หักมุม พลิกล็อก ชวนติดหนึบสุดๆ คำถามคาใจคือ...มันจริงเด๊ะ? แล้วมันจะทำให้เราอดหลับอดนอนดูยันเช้าเหมือนท
รีวิว Clickbait: ซีรีส์/ภาพยนตร์แนวสืบสวน หักมุม พลิกล็อก ชวนติดหนึบไหม?
หนีเมืองกรุงไปพักใจริมน้ำ! วันนี้เราจะพาไปส่อง "บ้านเรือ โฮมสเตย์: ที่พักบรรยากาศดีริมน้ำ สไตล์บ้านๆ [ใส่จังหวัด/ที่ตั้ง] น่าไปพักไหม?" ที่พักที่ได้ยินชื่อแล้วต่อมอยากพักผ่อนริมน้ำก็พุ่งกระฉูด! หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ...พักบ้านเรือ มันจะโค
รีวิว บ้านเรือ โฮมสเตย์: ที่พักบรรยากาศดีริมน้ำ สไตล์บ้านๆ [ใส่จังหวัด/ที่ตั้ง] น่าไปพักไหม?

บทความที่แนะนำ