ราคา Bose SoundLink Color Bluetooth Speaker II ล่าสุด คุ้มไหม?


สวัสดีค่าาา สายตื๊ด สายชิลล์ สายฟังเพลงทุกท่านนนน! วันนี้เราจะมาเม้าท์มอยลำโพงตัวจี๊ดที่หลายคนเล็งไว้ นั่นก็คือ Bose SoundLink Color Bluetooth Speaker II นั่นเอง! ชื่อยาวหน่อยแต่อย่าเพิ่งตกใจ ความสามารถไม่ยาวตามชื่อนะจ๊ะ ตัวกะทัดรัด พกพาง่าย เสียงดีตามสไตล์ Bose แล้วราคาล่าสุดมันคุ้มไหม น่าโดนหรือควรรอก่อน? มาค่ะ! มาเจาะลึกแบบถึงพริกถึงขิงสไตล์คนไทยใจนักช้อปกันเล้ยยย!
1. น้องคนนี้คือใคร มาจากไหน ทำอะไรได้บ้าง?
เอาล่ะ มารู้จักกับ Bose SoundLink Color II กันก่อน เจ้านี่คือ ลำโพงบลูทูธแบบพกพา ตัวเก่งจากแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Bose ค่ะทุกคน! แบรนด์นี้มาจากอเมริกาโน่นนน... เค้าขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเสียงที่คมชัด เบสแน่น ตรึงใจมานานแล้วนะ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังหรือลำโพง ก็มักจะมีแฟนคลับเหนียวแน่นในไทยอยู่เพียบเลย.
เจ้า SoundLink Color II เนี่ย เค้าออกแบบมาให้ชีวิตมันง่ายขึ้น! ฟังก์ชันหลักๆ ก็คือเป็นลำโพงไร้สาย ไว้เปิดเพลงจากมือถือ แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก ผ่านบลูทูธได้สบายๆ. จุดเด่นที่ทำให้คนเลิฟก็คือขนาดที่ เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา (ประมาณครึ่งกิโลเอง เบาพอๆ กับลูกฟุตบอลเลยนะ) พกไปไหนมาไหนสะดวกม้ากกก จะไปปาร์ตี้ริมสระ ไปตั้งแคมป์ หรือจะเอาไว้ฟังในห้องชิลล์ๆ ก็ได้หมด
ที่สำคัญคือ เค้า กันน้ำได้ระดับ IPX4 นะคะ ไม่ต้องกลัวละอองน้ำกระเด็นใส่ จะเอาไปไว้ใกล้สระน้ำ หรือเจอฝนปรอยๆ ก็ยังไหว (แต่ห้ามเอาไปจุ่มน้ำนะจ๊ะ!) ตัวเครื่องหุ้มด้วยซิลิโคนนิ่มๆ จับถนัดมือ แถมยังทนไม้ทนมือด้วย. มีไมค์ในตัว คุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงได้ หรือจะเรียก Siri/Google Assistant ก็ยังได้อีก. เหมาะสุดๆ กับคนแอคทีฟ ชอบเดินทาง ชอบทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือคนที่อยากได้ลำโพงเสียงดีๆ พกง่ายๆ ไปเปิดเพลงสร้างบรรยากาศได้ทุกที่ทุกเวลา!
2. ราคาในตลาดไทยล่าสุดเป็นยังไงนะ?
มาถึงช่วงสำคัญที่หลายคนอยากรู้! ราคาของ Bose SoundLink Color II ในตลาดไทยตอนนี้ บอกเลยว่ามีหลายราคา หลายแหล่งให้เลือกดูค่ะ จากที่ส่องๆ ดูเนี่ย ราคา เครื่องใหม่ศูนย์ไทย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 5,500 - 6,000 บาท (฿) บางช่วงอาจมีโปรโมชั่นลดลงไปอีกนิดหน่อยค่ะ
ถ้าลองไปดูตามแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใหญ่ๆ อย่าง Lazada กับ Shopee ก็จะเจอร้านค้าทั้งที่เป็นร้าน Official Store ของ Bose (ถ้ายังมีรุ่นนี้ขายอยู่) หรือร้านตัวแทนจำหน่ายต่างๆ ที่นำเข้ามา ราคาในนี้ก็จะหลากหลายหน่อย อาจจะเจอราคาที่สูงกว่า หรือบางทีก็มีโปรโมชั่นแฟลชเซลล์ลดกระหน่ำลงมาได้อีกนะ. บางร้านอาจจะตั้งราคาเกือบหมื่นบาทก็มี แต่ส่วนใหญ่ราคาที่ขายจริงมักจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 พันบาทค่ะ.
สำหรับร้านขายสินค้าไอทีหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง Power Buy บางทีก็มีรุ่นนี้วางขายค่ะ ราคาก็จะใกล้เคียงกับร้านค้าทางการอื่นๆ การซื้อจากร้านพวกนี้ข้อดีคือเราไปลองฟังเสียง ลองจับเครื่องจริงได้ก่อนตัดสินใจนะ ส่วนร้านอย่าง JIB หรือ Banana IT อาจจะเน้นสินค้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ มากกว่า อาจจะต้องเช็คดูก่อนว่ามีลำโพงรุ่นนี้รึเปล่า
ส่วนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนกับราคาต่างประเทศ ส่วนใหญ่สินค้าแบรนด์ดังๆ พอเข้ามาขายในไทยก็จะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม ทำให้ราคาอาจจะสูงกว่าราคาที่เห็นในเว็บนอกนิดหน่อย อันนี้เป็นเรื่องปกติจ้า
3. เทียบราคากับลำโพงตัวอื่นแล้วเป็นไงบ้าง?
ถ้ามองหาลำโพงบลูทูธพกพาในตลาดไทยเนี่ย มีตัวเลือกเยอะมากก! คู่แข่งของ Bose SoundLink Color II ที่อยู่ในกลุ่มใกล้ๆ กันก็จะมีพวก JBL Flip Series, Sony SRS-XB Series หรือพวกแบรนด์อื่นๆ ที่เน้นคุณภาพเสียงในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นอย่าง Anker Soundcore.
เมื่อเทียบราคาที่ประมาณ 5-6 พันบาทเนี่ย SoundLink Color II จะอยู่ในกลุ่มกลางๆ ถึงค่อนไปทางบนของตลาดลำโพงพกพาทั่วไปค่ะ ลำโพงบางรุ่นอาจจะมีราคาถูกกว่านี้มาก แต่คุณภาพเสียงและวัสดุอาจจะแตกต่างกันไป. ส่วนรุ่นที่ราคาใกล้เคียงหรือสูงกว่า ส่วนใหญ่ก็จะมีฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้น หรือเน้นดีไซน์ที่แตกต่างออกไป.
ข้อดีของ Bose คือเรื่องชื่อชั้นแบรนด์และคุณภาพเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ หลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับ "เสียงตามสไตล์ Bose" ที่ให้เบสแน่นแต่ไม่กลบรายละเอียด หรือเสียงกลางที่ใสคมชัด. ดังนั้น ถ้าถามว่าคุ้มไหมเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น? ก็ต้องบอกว่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกับอะไร ถ้าเน้นชื่อแบรนด์ คุณภาพเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ และความทนทานตามมาตรฐานแบรนด์ระดับโลก ในงบประมาณนี้ SoundLink Color II ก็ถือว่า ให้ความคุ้มค่าในแบบของ Bose ค่ะ ไม่ได้เน้นถูกที่สุด แต่เน้นคุณภาพที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง.
4. ซื้อแล้วได้อะไรมาบ้าง ประกันเป็นยังไง?
ปกติแล้วเวลาซื้อ Bose SoundLink Color II ตัวมาตรฐาน สิ่งที่มักจะมาในกล่องด้วยก็คือ ตัวลำโพง Bose SoundLink Color II เอง, สายชาร์จ Micro-B USB (เสียดายที่ยังไม่ใช่ Type-C นะรุ่นนี้) และ คู่มือการใช้งาน ค่ะ ส่วนอแดปเตอร์ชาร์จไฟบ้านบางทีอาจจะต้องใช้ของมือถือเราเอง หรือซื้อเพิ่มนะ.
เรื่อง ค่าขนส่ง ถ้าซื้อออนไลน์ ส่วนใหญ่มักจะมีโปรโมชั่น ส่งฟรี อยู่แล้ว โดยเฉพาะถ้าซื้อจากร้าน Official Store หรือร้านใหญ่ๆ บน Lazada/Shopee. แต่ก็ต้องเช็คเงื่อนไขโปรโมชั่นของแต่ละร้านอีกทีนะจ๊ะ
สิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญมากๆ คือ การรับประกัน ค่ะ! สำหรับ Bose SoundLink Color II ที่ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย ส่วนใหญ่จะได้รับ การรับประกันโดยศูนย์ไทยเป็นระยะเวลา 1 ปี อันนี้สบายใจได้เลย ถ้ามีปัญหาภายในระยะเวลาประกัน ก็สามารถส่งเคลมกับศูนย์บริการในไทยได้ตามเงื่อนไขค่ะ ควรเก็บใบเสร็จและกล่องสินค้าไว้ให้ดีๆ ด้วยนะเผื่อต้องใช้!
ส่วนเรื่อง ของแถม อันนี้ไม่แน่นอนค่ะ แล้วแต่โปรโมชั่นของแต่ละร้าน บางทีอาจจะมีแถมเคสใส่ลำโพงเล็กๆ น้อยๆ หรือมีโค้ดส่วนลดพิเศษให้ใช้ ก็ต้องตาดูหูฟังโปรโมชั่นดีๆ นะ!
5. มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ช่วงไหนบ้างนะ?
ถ้าอยากได้ Bose SoundLink Color II ในราคาที่ฟินสุดๆ ช่วงเวลาทองของการช้อปปิ้งออนไลน์ในไทยก็หนีไม่พ้นช่วง Double Digit Sale อย่าง 11.11, 12.12 หรือช่วง Pay Day Sale สิ้นเดือนต่างๆ ค่ะ แพลตฟอร์มอย่าง Lazada กับ Shopee เค้าจัดหนักจัดเต็ม ลดราคากันแบบไม่ยั้ง แถมมีโค้ดส่วนลดจากแพลตฟอร์ม โค้ดส่วนลดจากร้านค้า หรือโค้ดส่วนลดจากพาร์ทเนอร์อื่นๆ อีกเพียบ!
นอกจากนี้ ช่วง เทศกาลสำคัญของไทย อย่าง สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ บางร้านค้าก็อาจจะมีโปรโมชั่นพิเศษออกมาด้วยค่ะ. ร้านค้า Official Store ของ Bose หรือร้านตัวแทนจำหน่ายบน Lazada/Shopee ก็มักจะเข้าร่วมโปรโมชั่นใหญ่ๆ พวกนี้ด้วยนะ ทำให้เรามีโอกาสได้ซื้อในราคาที่ถูกลงกว่าปกติเยอะเลยค่ะ
คำแนะนำคือ ถ้าไม่ได้รีบใช้มาก อดใจรอช่วงโปรโมชั่นใหญ่ๆ ค่ะ หมั่นเข้าไปเช็คราคาในแอปฯ ช้อปปิ้งบ่อยๆ กดติดตามร้านค้าที่สนใจไว้ เผื่อเค้ามีแจ้งเตือนโปรโมชั่น จะได้ไม่พลาดดีลดีๆ ค่ะ รับรองว่าได้ราคาที่คุ้มค่า กระเป๋าตังค์ไม่ฉีกแน่นอน!
6. คนไทยที่ซื้อไปแล้ว เค้าว่ายังไงกันบ้าง?
จากที่ไปแอบส่องๆ อ่านรีวิวของคนไทยที่ใช้ Bose SoundLink Color II บนแพลตฟอร์มต่างๆ เนี่ย ส่วนใหญ่ฟีดแบ็กค่อนข้างดีเลยนะ คะแนนรีวิวก็อยู่ในเกณฑ์สูงเลยทีเดียว จุดที่คนไทยชอบเป็นพิเศษมีประมาณนี้ค่ะ
- เสียงดีเกินตัว: อันนี้เป็นเสียงส่วนใหญ่เลยค่ะ หลายคนทึ่งกับคุณภาพเสียงที่ได้จากลำโพงตัวเล็กๆ แค่นี้ โดยเฉพาะเรื่องเบสที่แน่นเป็นลูกเป็นหน่วย เสียงกลางก็ชัดเจน รายละเอียดดี ฟังเพลงได้หลากหลายแนว. สมกับเป็นแบรนด์ Bose!
- พกพาสะดวกจริง: ยืนยันตามนั้นค่ะ ขนาดและน้ำหนักกำลังดี หยิบใส่กระเป๋าเป้ กระเป๋าถือ ไปได้ทุกที่ ไม่มีภาระ.
- กันน้ำได้ ไว้ใจได้: ฟังก์ชันกันน้ำ IPX4 ทำให้ใช้งานได้สบายใจขึ้นเยอะค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องละอองน้ำกระเด็นใส่ เหมาะกับอากาศเมืองไทยที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน.
- วัสดุดี ทนทาน: ตัวซิลิโคนที่หุ้มลำโพงนิ่มๆ ดูดซับแรงกระแทกได้ดี ทำให้ลำโพงดูแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนานค่ะ.
- เชื่อมต่อง่าย: การเชื่อมต่อบลูทูธทำได้ง่ายด้วย Voice Prompt และรองรับ NFC ด้วย ทำให้ใช้งานสะดวกมากๆ ค่ะ.
โดยรวมแล้วคนไทยแฮปปี้กับ ความคุ้มค่าในด้านคุณภาพเสียงและฟังก์ชันการพกพา ของ Bose SoundLink Color II มากๆ ค่ะ ถือเป็นลำโพงตัวเล็กที่ให้ประสบการณ์เสียงระดับ Bose ได้อย่างน่าประทับใจ
7. แล้วจะไปซื้อหาได้จากช่องทางไหนดีล่ะ?
ถ้าตัดสินใจแล้วว่าอยากได้เจ้า Bose SoundLink Color II มาเป็นเพื่อนคู่หูเรื่องเพลง ก็มีหลายช่องทางให้เลือกซื้อเลยค่ะ
- แพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยม: อย่าง Shopee และ Lazada เป็นแหล่งช้อปหลักที่สะดวกสุดๆ ค่ะ มีร้านค้าเยอะ ทั้งร้าน Official และร้านตัวแทนจำหน่าย. ข้อดีคือเปรียบเทียบราคาได้ง่าย มีรีวิวให้อ่านเพียบ มีระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย และมักจะมีโปรโมชั่นส่วนลดหรือโค้ดส่งฟรีให้ใช้บ่อยๆ. แต่อย่าลืมเลือกร้านที่น่าเชื่อถือ เช็คคะแนนร้านและรีวิวจากผู้ซื้อคนอื่นก่อนกดสั่งนะจ๊ะ!
- ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ: ร้านพวกนี้มักจะมีเว็บไซต์ของตัวเอง หรือมีหน้าร้านจริงให้เราเข้าไป ลองฟังเสียง ลองจับเครื่อง ได้ก่อนซื้อ. เป็นอีกช่องทางที่มั่นใจได้ในเรื่องสินค้าของแท้และการรับประกันค่ะ
- ร้านค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่: อย่าง Power Buy ก็เป็นอีกตัวเลือกค่ะ สามารถเข้าไปดูสินค้าจริงและรับคำแนะนำจากพนักงานได้ สะดวกสำหรับคนที่อยากเห็นของจริงก่อนตัดสินใจค่ะ
ช่องทาง Official Website ของ Bose เองก็มีข้อมูลสินค้าครบถ้วน แต่การซื้อจริงในไทยมักจะผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นหลักค่ะ.
8. สรุปแล้ว Bose SoundLink Color II คุ้มไหม น่าซื้อหรือเปล่า?
มาถึงบทสรุปที่ทุกคนรอคอย! ถามว่า Bose SoundLink Color Bluetooth Speaker II ล่าสุดยังน่าซื้ออยู่ไหม แล้วคุ้มค่ากับราคาหรือเปล่า?
คำตอบคือ น่าซื้อ และค่อนข้างคุ้มค่าเลยค่ะ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่:
- มีงบประมาณระดับกลางๆ ที่พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพเสียงที่ดีจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้
- มองหาลำโพงพกพาที่เน้นคุณภาพเสียง เป็นหลัก ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
- ต้องการลำโพงที่ทนทาน กันละอองน้ำได้ เอาไปใช้ได้หลากหลายสถานการณ์
- ชอบโทนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ Bose เบสแน่นๆ แต่ฟังชัดไม่มั่ว
ในราคาประมาณ 5-6 พันบาท สิ่งที่คุณจะได้คือลำโพงบลูทูธตัวเล็กๆ ที่ให้เสียงใหญ่เกินตัว พกไปไหนมาไหนสะดวก ทนทานกันน้ำได้ และมาจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพเสียงมายาวนาน. มันอาจจะไม่ได้มีฟีเจอร์ล้ำๆ เหมือนรุ่นใหม่กว่านี้มากนัก (เช่น USB Type-C, แบตอึดกว่านี้) แต่ในแง่ของการเป็นลำโพงบลูทูธพื้นฐานที่เน้นเสียงที่ดี พกพาง่าย และทนทาน SoundLink Color II ตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยมค่ะ
ถ้าถามว่าใครควรซื้อรุ่นนี้? ก็คือคนที่อยากได้ลำโพง Bose คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่าย ไม่ได้ต้องการฟีเจอร์สุดล้ำ แต่เน้นเสียงที่ดี พกพาสะดวก และไว้ใจในแบรนด์ค่ะ ส่วนใครที่ต้องการเบสที่หนักขึ้นไปอีก ระบบกันน้ำที่สูงกว่านี้ (เช่น IP67) หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ อาจจะต้องมองไปที่รุ่นพี่อย่าง Bose SoundLink Flex หรือ SoundLink Revolve II แทนค่ะ แต่แน่นอนว่าราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะคะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเลือกซื้อลำโพงตัวโปรด แล้วเปิดเพลงมันส์ๆ สร้างความสุขในทุกๆ วันจ้า!
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
- รีวิว : ลำโพงพกพา บลูทูธ Bose SoundLink Color BLUETOOTH ...
- รีวิว Bose SoundLink Flex 2nd Gen เสียงดี ทนทาน พกพาสะดวก ...
- รีวิว Bose Soundlink Flex 2 (Gen 2) Portable Speaker Review
- พรีวิว : Bose Soundlink Color II ภาค 2 ของลำโพงผู้เน้นสีสัน
- เปรียบเทียบ 3 ลำโพงพกพาที่ดีที่สุด งบ 7,000 ( Bose VS JBL VS ...
แนะนำสำหรับคุณ
ราคา iPhone 15 Pro ล่าสุด โปรโมชั่น และเคล็ดลับการซื้อ ปี 2025
ราคา iPhone 4 ล่าสุด โปรโมชั่น และเคล็ดลับการซื้อ ปี 2025
ราคา iPhone 6s Plus ล่าสุด โปรโมชั่น และเคล็ดลับการซื้อ ปี 2025
อัปเดตราคา Mazda2 ใหม่ล่าสุด 2025: ผ่อนเริ่มต้นเท่าไหร่?
ราคา Canon EOS RP ล่าสุด: กล้อง Mirrorless Full Frame ที่น่าจับตามอง
ราคา Mercedes-AMG GT ในไทย: สปอร์ตคูเป้สุดแรงจากแดนเยอรมัน