logo

ยางรถยนต์ 195 50R15 ราคาล่าสุด! ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ เกาะถนนดี?

user avatar
ปวีณ์ ธีรกุล·07/11/2025T10:06Z
点赞
ยางรถยนต์ 195 50R15 ราคาล่าสุด! ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ เกาะถนนดี?

สวัสดีชาวโซเชียลและชาวรถซิ่ง เอ้ย! ชาวรถบ้านที่น่ารักทุกคนจ้า! วันนี้เราจะมาเปิดวาร์ปเรื่องยางรถยนต์ไซส์ฮิตติดลมบนอย่าง 195/50R15 กัน ใครที่กำลังมองหายางใหม่ให้รถคู่ใจแก้มเตี้ยหน่อยๆ ขอบ 15 กำลังดี อ่านจบรับรองมีไอเดียไปช้อปแน่นอน เพราะเราจะมาแงะทุกซอกทุกมุม ทั้งราคา ยี่ห้อไหนเด็ด นุ่มเงียบ เกาะถนนดี แถมด้วยทริคช้อปยังไงให้คุ้ม เหมือนได้ยางฟรี (อันนี้โม้! แต่ได้ส่วนลดจริงจ้า) เตรียมตัว เตรียมตังค์ แล้วไปลุยกัน!

1. เจ้ายาง 195/50R15 นี่มันคืออะไรกันนะ?

มาทำความรู้จักเจ้ายาง 195/50R15 กันก่อนเลย เลขพวกนี้มันบอกอะไรเราบ้าง? ง่ายๆ เลยนะ

  • 195: คือหน้ากว้างของยาง หน่วยเป็นมิลลิเมตร ยิ่งเลขเยอะ ยางยิ่งกว้าง หน้าสัมผัสถนนเยอะขึ้น
  • 50: คือซีรีส์ยาง หรือความสูงแก้มยาง เป็นเปอร์เซ็นต์ของหน้ากว้าง (50% ของ 195 มม. ก็ประมาณ 9.75 ซม.) เลขนี้ยิ่งน้อย แก้มยางยิ่งเตี้ย ดูซิ่งๆ หน่อย แต่ก็นุ่มนวลน้อยลง
  • R: คือโครงสร้างยางแบบ Radial ยางรถยนต์ส่วนใหญ่สมัยนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ
  • 15: คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระทะล้อ หน่วยเป็นนิ้ว นั่นแปลว่ายางนี้ใส่ได้กับล้อขอบ 15 นิ้วเท่านั้นจ้า

สรุปง่ายๆ เจ้ายาง 195/50R15 เนี่ย เป็นยางยอดนิยมสำหรับรถเก๋งขนาดเล็กถึงกลาง หรือพวก Eco Car ที่อยากเปลี่ยนล้อให้ใหญ่ขึ้น หรือรถที่ล้อเดิมเป็นขอบ 15 อยู่แล้ว คนที่ใช้ยางไซส์นี้ส่วนใหญ่มักจะมองหายางที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตนิดๆ เพราะแก้มยางมันเตี้ยกว่าไซส์มาตรฐานอื่นๆ ในขอบเดียวกัน (อย่าง 195/55R15 หรือ 195/60R15) แต่ก็ยังอยากได้ความนุ่มเงียบสบายหู และที่สำคัญคือต้องเกาะถนนดี โดยเฉพาะเวลาเจอถนนเปียก เพราะพี่ไทยเราฝนตกเก่งเหลือเกิน!

ส่วนยี่ห้อดังๆ ในตลาดก็มีเพียบเลยจ้า ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ระดับโลกจากยุโรปและญี่ปุ่นอย่าง Michelin, Bridgestone, Dunlop, Yokohama, Continental, Pirelli, Toyo Tires หรือแบรนด์ยอดนิยมที่คุ้นหูคนไทย คุณภาพดีราคาเป็นมิตรอย่าง Hankook, Kumho, Maxxis, Deestone, Apollo คือมีให้เลือกจนตาลายไปเลยจ้า


2. ราคาในตลาดไทยเป็นยังไงบ้าง?

มาถึงเรื่องที่ทุกคนอยากรู้ใจจะขาด! "ราคา" ของยาง 195/50R15 ในตลาดไทยเนี่ย บอกเลยว่ามีตั้งแต่หลักพันต้นๆ ยันหลักหลายพันต่อเส้นเลยนะ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และโปรโมชั่นในช่วงนั้นๆ ด้วยจ้า

  • ยางกลุ่มราคาเป็นมิตร (Budget/Mid-range): พวกนี้ราคาต่อเส้นจะอยู่ประมาณ 1,000 - 2,000 บาท (฿) แบรนด์ที่เจอได้บ่อยๆ ก็เช่น Deestone, Maxxis, Kinto, Landsail, Goodride, Blackhawk, Sumaxx, RoadX, Sailun, Apollo พวกนี้คุณภาพดีใช้ได้เลยนะ เหมาะกับคนงบไม่เยอะ ขับขี่ทั่วไปในเมือง หรือวิ่งไม่เร็วมาก ซื้อทั้งเซ็ต 4 เส้นก็มีตั้งแต่ 4,000 - 8,000 บาท โดยประมาณ
  • ยางกลุ่มคุณภาพดี พรีเมี่ยม (Premium): แบรนด์ตัวท็อปหน่อยอย่าง Michelin, Bridgestone, Yokohama, Dunlop, Hankook (รุ่นสูงๆ), Toyo Tires (รุ่นสูงๆ), Continental, Pirelli ราคาต่อเส้นก็จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2,500 - 4,000+ บาท (฿) บางรุ่นที่เน้นสมรรถนะสูงมากๆ อย่างพวกยางสปอร์ต อาจจะแพงกว่านี้อีกนะ ถ้าจัดเต็ม 4 เส้น ก็จะมีงบประมาณตั้งแต่ 10,000 - 16,000+ บาท หรือบางรุ่นตัวเทพๆ อาจจะทะลุ 2 หมื่นไปเลยจ้า

แหล่งช้อปปิ้งยางไซส์นี้ก็มีหลากหลายนะ ทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง Lazada กับ Shopee ที่มีร้านค้าofficial ของแบรนด์ยางเอง หรือร้านตัวแทนจำหน่ายมาเปิดเพียบ หรือจะเป็นเว็บไซต์ขายยางโดยเฉพาะอย่าง YellowTire.com หรือ Autotirechecking.com ที่เค้ามีข้อมูลเปรียบเทียบให้ดูเยอะมาก นอกจากนี้ก็มีศูนย์บริการยางรถยนต์เจ้าดังอย่าง B-Quik, Cockpit หรือร้านยางท้องถิ่นทั่วไปก็มีไซส์นี้ขายแน่นอนจ้า

ส่วนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอะไรพวกนี้สำหรับยางรถยนต์อาจจะไม่ได้มีผลโดยตรงกับผู้บริโภคมากนัก เพราะราคาที่เห็นตามร้านค้าต่างๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นราคาที่รวมปัจจัยพวกนี้มาให้แล้วเรียบร้อยจ้า ไม่ต้องมานั่งปวดหัวคำนวณเองให้ยุ่งยาก!


3. แล้วเทียบกับยี่ห้ออื่นล่ะ ราคาโอเคมั้ย?

ถ้าให้เทียบราคายาง 195/50R15 กันเนี่ย บอกเลยว่าราคามันก็เป็นไปตามเกรดและชื่อชั้นของยี่ห้อเลยนะ ยี่ห้อที่เน้นเรื่องความนุ่มเงียบ ประหยัดน้ำมัน หรือเป็นยางติดรถยนต์แบรนด์ดังๆ ราคาก็จะสูงกว่ายางที่เน้นความทนทาน หรือยางสำหรับวิ่งทั่วไป

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าดูยางกลุ่มเน้นนุ่มเงียบ ประหยัดน้ำมัน ก็จะมีอย่าง Bridgestone ECOPIA EP300 ที่ราคาต่อเส้นประมาณ 3,xxx - 4,xxx บาท หรือ Dunlop ENASAVE EC300+ ราคาจะอยู่ประมาณ 1,xxx - 3,xxx บาท หรือถ้าเป็นกลุ่มสปอร์ต เกาะถนนดี อย่าง Michelin Pilot Sport 3 หรือ Yokohama ADVAN Neova AD08RS หรือ Bridgestone POTENZA RE004 ราคาก็จะประมาณ 3,xxx - 5,xxx บาทต่อเส้นเลยนะ

แต่ถ้าเทียบกับยางกลุ่มที่เป็นมิตรกับกระเป๋าหน่อยอย่าง Deestone CARRERAS R702 หรือ Maxxis i-PRO ราคาต่อเส้นอาจจะเริ่มต้นแค่ 1,xxx บาทต้นๆ ซึ่งเมื่อเทียบฟังก์ชันแล้ว แน่นอนว่ายางพรีเมี่ยมย่อมให้สมรรถนะที่ดีกว่าในเรื่องความนุ่ม ความเงียบ หรือการยึดเกาะในสภาวะสุดโหด แต่ยางราคาเป็นมิตรก็ไม่ได้แย่นะ! สำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลยจ้า อยู่ที่เราว่าเน้นอะไรมากกว่ากัน ถ้าเน้นความสบายหู ขับนิ่มๆ ยอมจ่ายเพิ่มหน่อยก็ได้ยางเกรดพรีเมี่ยมไป แต่ถ้าเน้นใช้งานได้ดี ทนทาน ไม่ต้องแพงมาก ยางกลุ่ม Mid-range ก็เหลือเฟือแล้วจ้า


4. ซื้อแล้วได้อะไรมาบ้างนะ?

เวลาซื้อยางรถยนต์ 195/50R15 เนี่ย สิ่งที่เราจะได้หลักๆ ก็คือตัวยางเปล่าๆ นี่แหละจ้า แต่สิ่งสำคัญที่มักจะรวมมาให้ (หรือมีโปรโมชั่นพ่วงมาด้วย) และคนไทยเราก็ให้ความสำคัญมากๆ ก็คือ:

  • ค่าติดตั้ง ถอดใส่ ถ่วงล้อ: อันนี้สำคัญสุดๆ เพราะยางซื้อมาแล้วต้องมีที่ใส่ให้ด้วย! ส่วนใหญ่ร้านค้าออนไลน์หลายๆ เจ้าจะมีตัวเลือกให้เราจัดส่งยางไปที่ร้านพันธมิตรใกล้บ้านเราเพื่อทำการติดตั้ง หรือบางทีก็มีโปรโมชั่น "ฟรีค่าติดตั้ง" เมื่อซื้อยางครบ 4 เส้น หรือได้ราคาพิเศษเมื่อติดตั้งกับร้านในเครือ ศูนย์บริการยางเจ้าใหญ่ๆ อย่าง B-Quik หรือ Cockpit เค้าก็รวมค่าบริการพวกนี้ไว้ในราคายางแล้ว ทำให้เราสะดวกมากๆ เลย
  • การถ่วงล้อ (Wheel Balancing): สำคัญมากเพื่อให้ยางหมุนได้อย่างสมดุล ไม่สั่นสะท้านที่พวงมาลัย มักจะรวมอยู่ในค่าติดตั้งแล้วนะ
  • การตั้งศูนย์ (Wheel Alignment): บางร้านอาจจะมีโปรโมชั่นลดราคา หรือฟรีค่าตั้งศูนย์ให้ด้วย เมื่อเปลี่ยนยางครบ 4 เส้น อันนี้ก็ช่วยให้รถวิ่งตรง ทรงตัวดี ยางไม่สึกผิดปกติ
  • จุ๊บลมยาง: ได้ยางใหม่ ก็ควรได้จุ๊บลมยางใหม่ด้วยนะ ส่วนใหญ่ร้านจะแถมมาให้เลยจ้า
  • การรับประกัน: อันนี้แหละที่คนไทยให้ความสำคัญ! การรับประกันยางส่วนใหญ่จะครอบคลุม ข้อบกพร่องจากการผลิต ระยะเวลาก็แล้วแต่ยี่ห้อ แล้วแต่ร้าน ส่วนใหญ่จะประมาณ 2-5 ปี หรือตามระยะทางที่กำหนด (เช่น 50,000 กม.) บางร้าน บางยี่ห้อ อาจจะมีประกันอุบัติเหตุยางบาด ยางบวม ยางแตก ให้ด้วยนะ อันนี้ดีมากๆ เลย เพราะถนนเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้! ลองสอบถามเงื่อนไขดีๆ ก่อนตัดสินใจซื้อนะจ๊ะ
  • ของแถมอื่นๆ: บางทีร้านค้าใจดีก็อาจจะมีของแถมเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น เกจวัดลมยาง, สเปรย์เคลือบยาง, หรือส่วนลดสำหรับบริการอื่นๆ พ่วงมาให้ด้วย อันนี้ก็ถือเป็นกำไรเล็กๆ น้อยๆ จ้า
  • ค่าจัดส่ง: ถ้าซื้อออนไลน์ ส่วนใหญ่เมื่อซื้อยางครบ 2 หรือ 4 เส้น มักจะมีโปรโมชั่น ส่งฟรีทั่วประเทศ นะ อันนี้ก็ช่วยประหยัดไปได้เยอะเลย

5. มีช่วงไหนน่าซื้อเป็นพิเศษมั้ย?

ถ้าถามว่าซื้อยางช่วงไหนคุ้มสุดๆ ในไทยเนี่ย ก็ต้องบอกว่าช่วงที่มี โปรโมชั่น นั่นแหละจ้า! ร้านค้าออนไลน์และศูนย์บริการยางต่างๆ เค้าขยันจัดโปรกันตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลใหญ่ๆ หรือช่วงเซลล์เบิ้ลเลขอย่าง 11.11, 12.12 เนี่ย เตรียมตัวให้พร้อมเลย เพราะส่วนลดมาเต็มมาก! บางทีมีโค้ดลดเพิ่ม โค้ดส่งฟรี หรือโปรผ่อน 0% ยาวๆ

นอกจากนี้ ช่วง เทศกาลของไทย อย่าง สงกรานต์ (ช่วงก่อนเดินทางไกล คนมักจะเปลี่ยนยางกัน) หรือช่วงปลายปี (เตรียมรถรับปีใหม่) ร้านยางต่างๆ ก็มักจะมีโปรโมชั่นลดราคา หรือแถมบริการพิเศษให้ด้วยนะ

ร้านค้าที่เป็น Official Store บน Lazada/Shopee หรือเว็บไซต์ของแบรนด์ยาง/ศูนย์บริการยางเอง ก็มักจะมีโปรโมชั่นดีๆ หมุนเวียนมาเรื่อยๆ จ้า ไม่จำเป็นต้องรอแค่ช่วงเซลล์ใหญ่ๆ ก็ได้ แต่ถ้าไม่รีบมาก การรอช่วงโปรโมชั่นใหญ่ๆ ก็มีโอกาสได้ยางในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิมเยอะเลยนะจ๊ะ ลองเข้าไปเช็คราคาและโปรโมชั่นตามช่องทางต่างๆ เปรียบเทียบกันดู จะได้ไม่พลาดดีลดีๆ!


6. รีวิวและฟีดแบ็กจากผู้ใช้ในไทย

จากที่ส่องๆ ดูรีวิวจากผู้ใช้ยาง 195/50R15 ในไทยตามเว็บบอร์ดหรือแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์เนี่ย เสียงส่วนใหญ่ก็จะประมาณนี้จ้า

  • เรื่องความนุ่มเงียบ: หลายคนก็บอกว่ายางรุ่นใหม่ๆ แม้จะเป็นแก้มเตี้ยลงมาหน่อย แต่เทคโนโลยีเค้าพัฒนาขึ้นเยอะ ทำให้ยังรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวล และเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสารก็ลดลงไปเยอะเมื่อเทียบกับยางรุ่นเก่าๆ หรือยางสไตล์สปอร์ตจ๋าๆ ยี่ห้อที่มักถูกพูดถึงเรื่องความนุ่มเงียบในไซส์นี้ก็เช่น Bridgestone ECOPIA, Dunlop ENASAVE, Giti Comfort หรือ Continental ComfortContact
  • เรื่องการเกาะถนน: อันนี้เป็นจุดที่ผู้ใช้ในไทยให้ความสำคัญมากๆ เพราะสภาพถนนและอากาศบ้านเราค่อนข้างหลากหลาย บางทีก็เจอฝนตกหนัก ผู้ใช้ส่วนใหญ่พอใจกับการยึดเกาะถนนของยางไซส์นี้ ทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก โดยเฉพาะยางกลุ่มสปอร์ตที่เน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ หลายคนรีวิวว่ามั่นใจขึ้นเวลาเข้าโค้ง หรือเบรกกะทันหัน ยางอย่าง Michelin Pilot Sport, Yokohama ADVAN, Bridgestone POTENZA ก็เป็นตัวเลือกที่คนพูดถึงเรื่องนี้บ่อย
  • เรื่องความทนทาน คุ้มค่า: แน่นอนว่าใครๆ ก็อยากได้ยางที่ใช้ได้นานๆ ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ยางบางรุ่นก็ถูกพูดถึงว่าค่อนข้างทนทาน ดอกยางสึกช้า ทำให้รู้สึกว่าจ่ายเงินไปแล้วคุ้มค่ากับราคา ยางอย่าง Deestone หรือ Maxxis ซึ่งเป็นแบรนด์ยอดนิยมในไทย ก็มักถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ให้คุณภาพที่ดีในราคาที่ไม่แรง

โดยรวมแล้ว ฟีดแบ็กของผู้ใช้ในไทยค่อนข้างหลากหลายตามยี่ห้อและรุ่น แต่จุดที่คนมักจะมองหาก็หนีไม่พ้น ความคุ้มค่า สมรรถนะที่ดีในราคาที่จ่ายไป และความสามารถในการรับมือกับสภาพถนนและอากาศในไทยได้ดีจ้า


7. ช่องทางการซื้อที่แนะนำ

สำหรับใครที่เล็งยาง 195/50R15 อยู่ มีหลายช่องทางให้เลือกช้อปเลยนะจ๊ะ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป:

  • แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (Shopee, Lazada): สะดวกสุดๆ! นั่งอยู่บ้านก็เลือกซื้อได้ มีร้านค้าให้เลือกเยอะมากๆ ทั้งร้าน Official ของแบรนด์ยางเอง หรือร้านตัวแทนจำหน่าย ข้อดีคือเปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่นได้ง่าย มีโค้ดส่วนลดเพียบ บางทีมีโปรส่งฟรี และมีรีวิวจากผู้ซื้อคนอื่นๆ ให้ดูประกอบการตัดสินใจ แต่ ข้อควรระวังคือต้องเลือกร้านที่น่าเชื่อถือ เช็คปีผลิตยาง (สำคัญมาก!) และเรื่องบริการหลังการขาย อย่างการติดตั้ง อาจจะต้องหาศูนย์ติดตั้งที่รับยางที่เราซื้อออนไลน์ไปใส่เอง
  • เว็บไซต์ขายยางโดยเฉพาะ (YellowTire.com, Autotirechecking.com, EZY FIT): เว็บไซต์พวกนี้เค้าจะรวบรวมยางหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่นมาไว้ให้เปรียบเทียบโดยเฉพาะ ข้อดีคือข้อมูลยางครบถ้วน เปรียบเทียบสเปกได้ละเอียด บางเว็บมีบริการติดตั้งถึงที่ หรือมีเครือข่ายร้านติดตั้งรองรับ สะดวกสบาย แต่ตัวเลือกอาจจะไม่ได้เยอะเท่าแพลตฟอร์มใหญ่ๆ และโปรโมชั่นอาจจะไม่หวือหวาเท่า
  • ศูนย์บริการยางรถยนต์ (B-Quik, Cockpit): เจ้าดังที่มีสาขาทั่วประเทศ ข้อดีคือมั่นใจได้ในคุณภาพยางและบริการ มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ เราสามารถเข้าไปดูยางจริง สอบถามข้อมูลได้สะดวก ราคาที่ศูนย์มักจะรวมค่าบริการติดตั้ง ถ่วงล้อ ตั้งศูนย์ (บางโปร) ไว้แล้ว ทำให้งบไม่บานปลาย และมีประกันรองรับชัดเจน แต่ ข้อเสียคือราคาอาจจะสูงกว่าการซื้อออนไลน์เล็กน้อย และโปรโมชั่นอาจจะมีไม่บ่อยเท่า
  • ร้านยางท้องถิ่นทั่วไป: ร้านเล็กๆ ตามอู่รถ หรือร้านยางแถวบ้าน ข้อดีคือใกล้บ้าน สะดวก คุยง่าย บางทีอาจจะได้ราคาพิเศษถ้าเป็นลูกค้าประจำ แต่ ข้อควรระวังคือต้องเลือกร้านที่ไว้ใจได้ มั่นใจว่าได้ยางใหม่ ปีผลิตไม่เก่าเก็บ และสอบถามเรื่องการรับประกันให้ชัดเจน

จะเลือกช่องทางไหนดี ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก ความสบายใจ และโปรโมชั่นในช่วงนั้นๆ เลยจ้า บางคนชอบซื้อออนไลน์เพราะราคาดี บางคนชอบไปศูนย์บริการเพราะจบครบที่เดียว


8. สรุปแล้วน่าซื้อไหม? เหมาะกับใคร?

มาถึงบทสรุปกันแล้ว! ยาง 195/50R15 เนี่ย ยังไงก็เป็นไซส์ยอดนิยมและน่าซื้อมากๆ อยู่แล้วจ้า เพราะรถเก๋งเล็กถึงกลางในไทยใช้ไซส์นี้กันเยอะ ทำให้มีตัวเลือกเยอะมากในตลาด และราคาก็มีตั้งแต่เป็นมิตรกับงบมากๆ ไปจนถึงยางพรีเมี่ยมสมรรถนะสูง

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ใช้รถเก๋งขนาดเล็กถึงกลาง (Eco Car หรือรถ B-segment)
  • คนที่ต้องการเปลี่ยนยางเดิมที่ติดรถมา หรืออยากอัปเกรดจากไซส์อื่นในขอบ 15 (เช่น 185/65R15)
  • คนที่มองหายางที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตขึ้นเล็กน้อย เพราะแก้มยางเตี้ยลง
  • คนที่ต้องการยางที่ให้ความนุ่มเงียบ (เลือกยางกลุ่ม Comfort) หรือเน้นเกาะถนนดี (เลือกยางกลุ่ม Sport) หรือต้องการความคุ้มค่า ทนทาน (เลือกยางกลุ่มเน้นใช้งานทั่วไป)

คุ้มค่าที่จะซื้อไหม? คุ้มแน่นอนจ้า! โดยเฉพาะถ้าเลือกซื้อยางในกลุ่ม Mid-range หรือ Budget ที่ให้คุณภาพเหมาะสมกับราคาสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือถ้ามีงบหน่อย จัดยางพรีเมี่ยมไปเลย ก็จะได้ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เรื่องความนุ่มเงียบ หรือการยึดเกาะที่เหนือกว่า

แล้วควรซื้อรุ่นสูงหรือต่ำดี? อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับงบและความต้องการเลยจ้า

  • ถ้าเน้นประหยัด งบน้อย ขับขี่ในเมืองเป็นหลัก ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากนัก ยางกลุ่ม Budget ก็เพียงพอแล้วจ้า ให้ความทนทานและการเกาะถนนพื้นฐานที่ดี
  • ถ้าอยากได้ความนุ่มเงียบที่มากขึ้น เกาะถนนดีขึ้นนิดหน่อย แต่ยังอยู่ในงบที่ไม่แรงเกินไป ยางกลุ่ม Mid-range เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เพราะให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะกับราคา
  • ถ้าให้ความสำคัญกับสมรรถนะสูงสุด ทั้งความนุ่มเงียบ การยึดเกาะในทุกสภาพถนน การเบรกที่มั่นใจ หรือต้องการยางที่ตอบสนองการขับขี่ได้ดีเยี่ยม และมีงบประมาณเพียงพอ จัดยางกลุ่ม Premium ไปเลยจ้า ได้ยางคุณภาพระดับโลก มั่นใจทุกการเดินทางแน่นอน

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ที่กำลังมองหายาง 195/50R15 ได้ข้อมูลไปตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะจ๊ะ ขอให้ได้ยางที่ถูกใจ ขับขี่ปลอดภัย และมีความสุขกับการเดินทางจ้า! ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลยนะ พร้อมตอบเสมอจ้า! บ๊ายบายยย!


วิดีโอที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

สวัสดีค่า สายซิ่ง (แบบนุ่มๆ เงียบๆ) ทุกคนนน! วันนี้เราจะมาเม้าท์มอยเรื่องยางรถยนต์กันบ้างนะจ๊ะ โดยเฉพาะขวัญใจมหาชนไซส์ 205/55 R16 ที่ใส่กันเยอะม้ากกก แล้วถ้าพูดถึงยางที่เน้นความนุ่ม ความเงียบ ขับสบาย ใครๆ ก็ต้องนึกถึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง Mic
ราคา ยางรถยนต์ Michelin 205/55 R16 รุ่นยอดนิยม ยางนุ่มเงียบ
สวัสดีค่าทุกคนนน! วันนี้เราจะมาเม้าท์มอยเรื่องยางรถยนต์ไซส์ฮิตอย่าง 265/50R18 กัน ใครที่กำลังขับรถแนว SUV PPV หรือกระบะยกสูง ที่ใช้ขอบ 18 นิ้ว แล้วอยากได้ยางที่แบบว่า นุ่มเงียบ ขับสบาย เกาะถนนหนึบๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเจอน้ำ เจอฝน มามุงทางนี้
ราคา ยางรถยนต์ 265/50R18 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ เกาะถนน
สวัสดีค่าทุกคนนน! วันนี้เราจะมาเม้าท์มอยเรื่องยางรถยนต์สำหรับ Honda City ขอบ 15 กัน ใครที่กำลังมองหายางใหม่ให้เจ้า City คันเก่ง แล้วอยากได้แบบ นุ่มเงียบ เกาะถนนดี ขับขี่สบายๆ มามุงทางนี้เลยจ้า เพราะยางนี่เป็นส่วนสำคัญมากๆ ที่จะทำให้รถเราวิ่
ราคา ยาง Honda City ขอบ 15 อัปเดตปี 2025 ยางนุ่มเงียบ เกาะถนน

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ! สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนมือสองคุณภาพดีในงบประมาณที่คุ้มค่า วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึง Samsung Galaxy A9s หรือที่รู้จักกันในชื่อ Samsung Galaxy A9 (2018) กันครับ โทรศัพท์รุ่นนี้เคยสร้างความฮือฮาในตลาดมาแล้วด้วยฟ
โทรศัพท์ Samsung Galaxy A9s ราคามือสองล่าสุดตอนนี้เท่าไหร่
สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง แหวนทอง 2 กรัม กันค่ะ ใครที่กำลังมองหาเครื่องประดับทองคำชิ้นเล็กๆ น่ารักๆ ที่สวมใส่ได้ทุกวัน หรืออยากจะเริ่มต้นเก็บออมทองคำในรูปแบบที่จับต้องได้ ห้ามพลาดเลยนะคะ เพราะแหวนทอง 2 กรัม ถือเป็นตัวเลือกที
แหวนทอง 2 กรัม ราคาเท่าไหร่? อัปเดตราคาล่าสุดและลายยอดนิยม
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องตีที่มีเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์อย่าง "อังกะลุง" กันค่ะ ซึ่งหลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นเครื่องดนตรีที่มักใช้ในการเรียนการสอน หรือพบเห็นตามงานแสดงวัฒนธรรมต่างๆ
อังกะลุงราวและอังกะลุงเดี่ยว ราคาเท่าไหร่? ซื้อที่ไหนได้มาตรฐาน

บทความยอดนิยม

บทความที่แนะนำ