10 ลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2025 สีสวย บำรุงปาก

สวัสดีครับสาวๆ และชาวปากไม่เคยว่างทุกคน! 💄💋 วันนี้ผมมีเรื่องเม้าท์มอยที่ใกล้ตัวสาวๆ สุดๆ นั่นก็คือเรื่อง "ลิปสติก" นั่นเองครับ!
ยอมรับมาซะดีๆ ว่าในกระเป๋าหรือบนโต๊ะเครื่องแป้งของแต่ละคนต้องมีลิปสติกไม่ต่ำกว่า 5 แท่งจริงไหมครับ? 😂 เพราะลิปสติกนี่แหละคือไอเทมไม้ตาย! ที่ช่วยให้หน้าเราดูสดใส มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ทันที ไม่ว่าจะโทรมแค่ไหน แค่ปาดลิปสีโปรดปุ๊บ เหมือนได้ชาร์จพลังใหม่ปั๊บ!
แต่ปัญหาโลกแตกของสาวๆ ยุคนี้คือ... ลิปสติกมันมีเยอะมากกกกกก! โดยเฉพาะสายเคาน์เตอร์แบรนด์นี่งัดไม้เด็ดออกมาแข่งกันสุดฤทธิ์ ทั้งสีสัน เนื้อสัมผัส แพ็กเกจจิ้ง จนเลือกไม่ถูกเลยว่าจะเปย์ให้แท่งไหนดี?
ไม่ต้องกลุ้มใจไปครับ! บทความนี้ผมขอรับอาสาเป็นพี่เลี้ยงส่วนตัว พาไปเจาะลึกโลกของลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ที่กำลังมาแรงในปี 2025 พร้อมแนะนำ 10 แบรนด์ 10 รุ่นเด็ด ที่ไม่เพียงแต่สีสวยติดทน แต่ยังช่วยบำรุงปากให้นุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งแตกเป็นขุย รับรองว่าอ่านจบแล้ว พุ่งตัวไปเคาน์เตอร์ได้แบบมั่นใจ ไม่ต้องเสียเงินฟรีแน่นอนครับ!
ตลาดลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ในไทย ฮอตปรอทแตกแค่ไหน?
บอกเลยว่าตลาดลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ในไทยนี่คึกคักตลอดปีครับ! ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง สาวๆ ก็พร้อมเปย์ให้กับลิปสติกดีๆ สักแท่งสองแท่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกๆ วัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ หรือช่วงที่แบรนด์ออกคอลเลกชันใหม่ๆ นี่คือ Sold Out กันรัวๆ เลยทีเดียว
แบรนด์ที่ครองตลาดส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ฝั่งยุโรปและอเมริกาเจ้าใหญ่ๆ ทั้งหลาย ที่มีประวัติยาวนานและคุณภาพเป็นที่ยอมรับ เช่น Dior, Chanel, YSL, MAC, NARS, Estee Lauder, Lancome เป็นต้นครับ แต่พักหลังๆ แบรนด์ฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีและญี่ปุ่น อย่าง Shiseido หรือแม้แต่ K-beauty ที่ขยับขึ้นมาในระดับเคาน์เตอร์แบรนด์บางส่วน ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมจากสาวไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเนื้อสัมผัสและสีสันที่เข้ากับคนเอเชียโดยเฉพาะ.
พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเวลาเลือกซื้อลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์มักจะให้ความสำคัญกับ "สี" และ "เนื้อสัมผัส" เป็นอันดับต้นๆ ครับ. ชอบไปลองที่เคาน์เตอร์จริงเพื่อดูสีที่เข้ากับตัวเอง หรือไม่ก็ดูรีวิวจากบิวตี้บล็อกเกอร์ในไทยก่อนตัดสินใจซื้อ. นอกจากนี้ยังมองหาลิปสติกที่มีคุณสมบัติบำรุงริมฝีปากไปในตัวด้วย เพราะอากาศเมืองไทยทำให้ปากแห้งง่าย. แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตก็คือเคาน์เตอร์แบรนด์ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, Sephora, Eveandboy หรือช่องทางออนไลน์อย่าง Central Online, Lazada, Shopee ซึ่งมักจะมีโปรโมชั่นลดราคาดึงดูดใจ.
เลือกซื้อลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ยังไง ให้ปัง ไม่พัง?
ก่อนจะพุ่งตัวไปรูดบัตร ลองมาดูปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์กันก่อนครับ จะได้ไม่พลาด:
- สีสัน (Shade): อันนี้สำคัญสุดๆ! ต้องเลือกสีที่เข้ากับ undertone ผิวของเรา (โทนเย็น โทนร้อน หรือโทนธรรมชาติ). การไปลองสีที่เคาน์เตอร์เป็นวิธีที่ดีที่สุด หรือถ้าช้อปออนไลน์ให้หารีวิวจากคนที่มีสีผิวใกล้เคียงเราครับ
- เนื้อสัมผัส (Texture/Finish): ชอบแมตต์ วาว ซาติน หรือทินท์?. เนื้อแมตต์มักจะติดทน แต่บางรุ่นอาจทำให้ปากแห้งได้ ถ้าปากแห้งง่ายให้มองหารุ่นที่มีส่วนผสมบำรุงเยอะๆ. เนื้อซาตินหรือเนื้อวาวจะให้ความชุ่มชื้นกว่า แต่ความติดทนอาจน้อยกว่าครับ
- ส่วนผสมและการบำรุง (Ingredients & Nourishment): ลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์หลายตัวใส่ส่วนผสมบำรุงมาให้ด้วย เช่น วิตามิน E, เชียบัตเตอร์, น้ำมันจากพืชต่างๆ. ถ้ามีปัญหาปากแห้ง แพ้ง่าย ลองดูส่วนผสมที่อ่อนโยนครับ.
- ความติดทน (Longevity): ต้องการลิปที่อยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องเติมบ่อยไหม?. ลิปเนื้อแมตต์หรือลิควิดมักจะติดทนกว่าแบบแท่ง.
- แพ็กเกจจิ้ง (Packaging): อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลยครับ แต่ลิปเคาน์เตอร์แบรนด์ส่วนใหญ่มักจะทำแพ็กเกจได้สวยหรู น่าพกพา.
- ชื่อเสียงแบรนด์และรีวิว (Brand Reputation & Reviews): เช็คดูว่าแบรนด์นั้นๆ มีชื่อเสียงด้านลิปสติกอย่างไร รุ่นที่เราสนใจมีคนรีวิวเยอะไหม ฟีดแบ็กส่วนใหญ่เป็นยังไง.
- ราคา (Price): ลิปเคาน์เตอร์แบรนด์มีหลายระดับราคา ตั้งแต่พันต้นๆ ไปจนถึงหลายพันบาท. ตั้งงบประมาณไว้ก่อนตัดสินใจซื้อครับ
เปิดโผ! 10 ลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์น่าสอย ปี 2025
ได้เวลาลิสต์รายชื่อตัวท็อปที่สาวๆ ควรมีแล้วครับ! ผมคัดมาให้ 10 แบรนด์ยอดนิยม พร้อมรุ่นเด่นๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสีสวย บำรุงปาก และความปัง:
1. Dior (ดิออร์)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส ขึ้นชื่อเรื่องความสง่างามและคุณภาพที่ยอดเยี่ยม.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: Rouge Dior Lipstick (รุ่นคลาสสิก สีแน่น มีหลายฟินิช), Dior Addict Lip Glow (ลิปบาล์มเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิปาก บำรุงดีมาก), Dior Addict Lip Maximizer (ลิปกลอสเพิ่มวอลลุ่ม ให้ปากอวบอิ่ม).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: สีสวยหรู เม็ดสีชัด แพ็กเกจจิ้งสวยน่าใช้ มีรุ่นที่เน้นการบำรุงให้เลือกเยอะ. Addict Lip Glow คือ Must-have ของหลายคน.
- ข้อเสีย: ราคาสูง.
- เหมาะกับใคร: สาวๆ ที่ชอบความหรูหรา ต้องการลิปสติกคุณภาพดี มีทั้งสีสันจัดเต็มและแบบบำรุงปาก.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ Dior ในห้างสรรพสินค้า, Sephora, Central Online, เว็บไซต์ Dior.
- ช่วงราคา: ประมาณ 1,500 - 2,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "Dior Lip Glow คือลูกรัก! ทาแล้วปากดูสุขภาพดีอมชมพูใสๆ", "Rouge Dior สีแน่นมาก กลบสีปากคล้ำได้ดีงาม", "แพ็กเกจสวยมาก แค่หยิบมาทาก็รู้สึกเป็นลูกคุณแล้ว".
2. Chanel (ชาเนล)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์แฟชั่นและความงามระดับตำนานจากฝรั่งเศส สัญลักษณ์ของความคลาสสิกและสง่างาม.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: Rouge Allure (เนื้อซาติน สีสดชัด), Rouge Coco (เนื้อนุ่มชุ่มชื้น), Rouge Coco Baume (ลิปบาล์มมีสี บำรุงดี).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: สีสวยคลาสสิก เนื้อสัมผัสนุ่ม ทาง่าย แพ็กเกจหรูหราสมฐานะ.
- ข้อเสีย: ราคาสูง. บางรุ่นความติดทนอาจไม่มากเท่าลิปแมตต์.
- เหมาะกับใคร: สาวๆ ที่หลงรักความคลาสสิก ชอบลิปสติกที่ให้ลุคเรียบหรูดูแพง.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ Chanel ในห้างสรรพสินค้า, Sephora (บางรุ่น).
- ช่วงราคา: ประมาณ 1,500 - 2,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "ชาเนลคือที่สุดของความหรูหรา! ลิปบาล์ม Rouge Coco Baume ทาแล้วปากนุ่มมาก", "สี Rouge Allure คือขับผิวสุดๆ".
3. Yves Saint Laurent (YSL)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส โดดเด่นด้านความทันสมัย เซ็กซี่ และแพ็กเกจสีทองอร่าม.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: Rouge Volupté Shine (เนื้อฉ่ำวาว ชุ่มชื้น), Tatouage Couture Velvet Cream (ลิปแมตต์เนื้อกำมะหยี่ บางเบา ติดทน), Rouge Pur Couture (เนื้อซาติน/แมตต์ สีแน่น).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: สีสันสวยงาม มีให้เลือกหลากหลายเนื้อสัมผัส แพ็กเกจสีทองสวยหรูน่าสะสม. รุ่นเนื้อฉ่ำวาวบำรุงปากได้ดี. รุ่นแมตต์บางเบาติดทน.
- ข้อเสีย: ราคาสูง.
- เหมาะกับใคร: สาวๆ ที่ชอบลิปสติกสีสวย เม็ดสีชัด มีทั้งเนื้อฉ่ำและเนื้อแมตต์ให้เลือกสรร ชอบแพ็กเกจสวยๆ.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ YSL ในห้างสรรพสินค้า, Sephora, Central Online.
- ช่วงราคา: ประมาณ 1,400 - 2,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "YSL Rouge Volupté Shine สีสวย ปากดูอิ่มน้ำ น่าจุ๊บ!", "ลิปแมตต์ YSL คือบางเบา ไม่หนักปากเลย แถมติดทนดีมาก".
4. MAC (แมค)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์เมคอัพชื่อดังจากอเมริกา เป็นที่ยอมรับเรื่องเม็ดสีแน่นและติดทน.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: Matte Lipstick (เนื้อแมตต์ยอดฮิต สีแน่น), Powder Kiss Lipstick (เนื้อแมตต์ซอฟต์ เบาสบายปาก), Retro Matte Lipstick (แมตต์สุด ติดทนสุด).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: สีสันหลากหลายมาก มีให้เลือกทุกเฉดทุกฟินิช. เม็ดสีแน่น ติดทน. ราคาเข้าถึงง่ายกว่าแบรนด์ Hi-end อื่นๆ.
- ข้อเสีย: ลิปเนื้อแมตต์บางรุ่นอาจทำให้ปากแห้งได้ ถ้าไม่บำรุงให้ดีก่อน.
- เหมาะกับใคร: คนที่ชอบลิปสติกสีแน่นๆ ติดทน มีเฉดสีให้เลือกเยอะ หรือคนที่เพิ่งเริ่มต้นใช้ลิปเคาน์เตอร์แบรนด์.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ MAC, Sephora, Central Online, Lazada, Shopee.
- ช่วงราคา: ประมาณ 800 - 1,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "MAC คือยืนหนึ่งเรื่องสี! มีสีให้เลือกเยอะจนตาลาย", "Powder Kiss เบาสบายปากจริง เป็นแมตต์ที่ไม่ทำให้ปากแห้งเกินไป", "ราคาไม่แรงมาก คุณภาพดีคุ้มราคา".
5. NARS (นาร์ส)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์เมคอัพจากอเมริกา โดดเด่นด้วยสีสันที่จัดจ้านและชื่อสีที่เก๋ไก๋.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: Audacious Lipstick (สีแน่นชัด เนื้อนุ่ม), Powermatte Lipstick (ลิควิดแมตต์ ติดทนมาก), Velvet Matte Lip Pencil (ลิปดินสอเนื้อแมตต์ ใช้ง่าย).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: เม็ดสีแน่น สีสวยเป็นเอกลักษณ์. เนื้อสัมผัสนุ่มลื่น ทาง่าย. ติดทนนาน.
- ข้อเสีย: ราคาปานกลางค่อนไปทางสูง.
- เหมาะกับใคร: คนที่ชอบลิปสติกสีชัดๆ ต้องการความติดทน และมองหาเฉดสีที่ไม่ซ้ำใคร.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ NARS, Sephora, Central Online.
- ช่วงราคา: ประมาณ 1,000 - 1,400 บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "สี NARS สวยตะโกน! Audacious คือสีแน่นมาก ทารอบเดียวจบ", "Powermatte คือติดทนแบบกินข้าวแล้วสียังอยู่", "แพ็กเกจเรียบหรูดูดี".
6. Estee Lauder (เอสเต้ ลอเดอร์)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์ความงามระดับโลกจากอเมริกา มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย รวมถึงลิปสติกคุณภาพดี.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: Pure Color Envy Lipstick (เนื้อนุ่ม สีชัด มีหลายฟินิช).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: สีสวยคลาสสิก เม็ดสีแน่น เนื้อนุ่มชุ่มชื้น มีส่วนผสมบำรุง.
- ข้อเสีย: รุ่นและสีอาจไม่หลากหลายเท่าแบรนด์ที่เน้นเมคอัพโดยตรง.
- เหมาะกับใคร: คนที่มองหาลิปสติกคุณภาพดี สีคลาสสิก ใช้ได้ทุกวัน และมีส่วนผสมช่วยบำรุง.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ Estee Lauder, Sephora, Central Online.
- ช่วงราคา: ประมาณ 1,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "Pure Color Envy เนื้อดีมาก ไม่ทำให้ปากแห้งเลย", "สีสวยสุภาพ ใช้ทาไปทำงานได้ทุกวัน".
7. Lancome (ลังโคม)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส มีทั้งสกินแคร์และเมคอัพคุณภาพสูง.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: L'Absolu Rouge (มีหลากหลายฟินิช สีแน่น ชุ่มชื้น).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: สีสวยหรู เม็ดสีแน่น มีส่วนผสมช่วยบำรุงริมฝีปาก. แพ็กเกจดูแพง.
- ข้อเสีย: ราคาสูง.
- เหมาะกับใคร: คนที่ชอบลิปสติกสีสวยคุณภาพดี มีส่วนผสมบำรุง และชอบความหรูหราของแบรนด์.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ Lancome, Central Online.
- ช่วงราคา: ประมาณ 1,xxx - 2,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "L'Absolu Rouge สีสวยมากกกก เนื้อนุ่ม ทาง่ายไม่ตกร่อง", "ทาแล้วปากดูอิ่ม ไม่แห้งระหว่างวัน".
8. Bobbi Brown (บ็อบบี้ บราวน์)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์เมคอัพจากอเมริกา เน้นเมคอัพที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีสีสันจัดจ้านให้เลือก.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: Crushed Lip Color (เนื้อซอฟต์แมตต์ สบายปาก), Luxe Lipstick (สีแน่น พิกเมนต์ชัด).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: Crushed Lip Color เนื้อดีมาก เบาสบายปาก สีเป็นธรรมชาติแต่ชัด. มีส่วนผสมบำรุง.
- ข้อเสีย: ความติดทนอาจจะไม่เท่าลิปแมตต์จิ้มจุ่ม.
- เหมาะกับใคร: คนที่ชอบลิปสติกเนื้อสบายปาก ไม่หนัก ไม่แมตต์จนแห้ง และมองหาสีที่ดูเป็นธรรมชาติแต่ยังคงความชัดเจน.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ Bobbi Brown, Sephora, Central Online, Lazada.
- ช่วงราคา: ประมาณ 1,000 - 1,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "Crushed Lip Color คือลูกรัก! ทาแล้วเหมือนปากสุขภาพดีแต่มีสี", "เบาสบายปากจริงๆ ทาได้ทุกวัน".
9. Shiseido (ชิเซโด้)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์ความงามชั้นนำจากญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมและคุณภาพ.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: VisionAiry Gel Lipstick (เนื้อเจล บางเบา สีชัด).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: เนื้อบางเบา สบายปาก สีสดชัด. ไม่ทำให้ปากแห้ง.
- ข้อเสีย: ตัวเลือกเนื้อสัมผัสอาจไม่หลากหลายเท่าแบรนด์ฝั่งยุโรป.
- เหมาะกับใคร: คนที่ชอบลิปสติกเนื้อบางเบา ไม่หนักปาก สีสดชัด และมีส่วนผสมบำรุง.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ Shiseido, Central Online, Lazada, Shopee.
- ช่วงราคา: ประมาณ 1,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "VisionAiry Gel บางเบาเหมือนไม่ได้ทาเลย สบายปากมาก", "สีสวยชัดดี ไม่ตกร่อง".
10. Clinique (คลีนิกข์)
- เกี่ยวกับแบรนด์: แบรนด์จากอเมริกา เน้นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและสารก่อภูมิแพ้.
- สินค้ารุ่นหรือซีรีส์เด่น: Almost Lipstick (ลิปบาล์มมีสี ยอดฮิตตลอดกาล), Pop Lip Colour + Primer (สีชัด ติดทน บำรุง).
- วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย:
- ข้อดี: อ่อนโยน เหมาะกับคนแพ้ง่าย. Almost Lipstick เป็นธรรมชาติ บำรุงดีมาก. ราคาเข้าถึงง่ายกว่าหลายแบรนด์เคาน์เตอร์.
- ข้อเสีย: ตัวเลือกสีและฟินิชอาจไม่เยอะเท่าแบรนด์อื่น. บางรุ่นสีไม่แน่นเท่าที่ควร.
- เหมาะกับใคร: คนที่มีริมฝีปากแพ้ง่าย มองหาลิปสติกที่อ่อนโยน หรือชอบลิปบาล์มมีสีที่ดูเป็นธรรมชาติ.
- ช่องทางการซื้อ: เคาน์เตอร์ Clinique, Sephora, Central Online, Eveandboy.
- ช่วงราคา: ประมาณ 9xx - 1,xxx บาท.
- รีวิวผู้ใช้งาน (สไตล์ไทยๆ): "Almost Lipstick สี Black Honey ในตำนาน คือดีจริง ทาแล้วปากสวยธรรมชาติมาก", "แพ้ง่ายใช้ Clinique แล้วรอด".
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สไตล์สาวไทยใจลิปสติก!
Q: ปากแห้งมากกกก ควรเลือกลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์รุ่นไหนดีคะ?
A: ถ้าปากแห้งมาก แนะนำให้มองหารุ่นที่เน้นส่วนผสมบำรุงเยอะๆ ครับ เช่น Dior Addict Lip Glow, Chanel Rouge Coco Baume, Bobbi Brown Crushed Lip Color, Shiseido VisionAiry Gel Lipstick. เลือกรุ่นเนื้อซาติน กลอส หรือบาล์มจะให้ความชุ่มชื้นมากกว่าเนื้อแมตต์ครับ.
Q: ผิวคนไทยทาลิปสติกสีไหนแล้วรอด เข้ากับผิวคะ?
A: ส่วนใหญ่คนไทยมี undertone ผิวเหลือง (Warm หรือ Neutral). สีที่มักจะเข้ากับผิวคนไทยและทาแล้วรอดบ่อยๆ คือโทนสีส้มอิฐ, ชมพูอมส้ม, แดงก่ำ, นู้ดอมน้ำตาลครับ. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบและการแต่งหน้าของแต่ละคนด้วยครับ ทางที่ดีคือไปลองสีที่เคาน์เตอร์เลย.
Q: ซื้อลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ใน Lazada/Shopee ของแท้ไหม? ดูยังไง?
A: ส่วนใหญ่ร้านค้าที่เป็น Official Store ของแบรนด์นั้นๆ หรือร้านใหญ่ๆ ที่น่าเชื่อถือใน Lazada/Shopee มักจะเป็นของแท้ครับ. ให้สังเกตสัญลักษณ์ Official Store หรือร้านที่มียอดขายและรีวิวดีๆ เยอะๆ. หากเป็นร้านที่ไม่คุ้นเคย หรือราคาถูกจนน่าตกใจ ต้องระวังของปลอมครับ. วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือซื้อจากเคาน์เตอร์ในห้างฯ หรือเว็บไซต์ทางการของแบรนด์.
Q: อยากได้ลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ติดทน กินข้าวแล้วสียังอยู่?
A: ถ้าเน้นความติดทนเป็นพิเศษ ให้มองหารุ่นที่เป็นลิควิดแมตต์ (Liquid Matte) ครับ เช่น NARS Powermatte Lipstick หรือลิปสติกเนื้อแมตต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานอย่าง MAC Retro Matte Lipstick. บางแบรนด์ก็มีลิปทินท์หรือลิปสติกที่เคลมว่าติดทนยาวนาน ลองดูรีวิวเพิ่มเติมได้ครับ.
Q: ควรลองสีลิปสติกที่หลังมือ หรือที่ปากดีกว่ากัน?
A: การลองสีที่ปากจะเห็นสีจริงที่เข้ากับสีผิวและสีปากของเราได้ดีที่สุดครับ. แต่ถ้าไม่สะดวก ลองที่หลังมือก็พอจะเห็นสีได้คร่าวๆ ครับ.
สรุปและคำแนะนำ เลือกคู่แท้ลิปสติกในแบบของคุณ!
เห็นไหมครับว่าลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์แต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่น ก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป การจะเลือกลิปสติกที่ใช่ที่สุด ก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการ ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของแต่ละคนครับ:
- ถ้า งบประมาณจำกัด แต่อยากได้คุณภาพเคาน์เตอร์แบรนด์ ลองดู MAC หรือ Clinique ครับ.
- ถ้า เน้นความหรูหรา แพ็กเกจสวยๆ ต้อง Dior, Chanel, YSL หรือ Lancome เลยครับ.
- ถ้า ปากแห้งง่าย มองหารุ่นที่เน้นบำรุงเยอะๆ เช่น Dior Addict Lip Glow, Chanel Rouge Coco Baume, Bobbi Brown Crushed Lip Color หรือ Shiseido VisionAiry Gel Lipstick.
- ถ้า ชอบสีแน่นๆ ติดทน ต้อง MAC, NARS หรือ YSL รุ่นเนื้อแมตต์.
- ถ้า ผิวแพ้ง่าย ลองดู Clinique ครับ.
สิ่งที่ต้องระวังคือ ของปลอม ครับ! โดยเฉพาะถ้าเจอร้านที่ขายในราคาถูกผิดปกติในช่องทางออนไลน์. ควรเช็คให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ และถ้าเป็นไปได้ ไปลองสีที่เคาน์เตอร์จริงก่อนตัดสินใจครับ. อากาศเมืองไทยร้อนชื้น อาจทำให้ลิปสติกบางประเภทละลายหรือเนื้อเปลี่ยนได้ ควรเก็บในที่ที่อุณหภูมิคงที่ครับ!
มาแชร์ลิปสติกตัวโปรดกันหน่อยเร็ว!
เป็นยังไงกันบ้างครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกซื้อลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์แท่งใหม่ในปี 2025 นี้นะครับ!
เพื่อนๆ คนไหนมีลิปสติกเคาน์เตอร์แบรนด์ตัวไหนเป็นลูกรัก ใช้แล้วชอบ ใช้แล้วปัง อยากป้ายยาต่อบ้าง มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์ หรือจะถามคำถามเพิ่มเติมก็ได้นะครับ! 👇
ถ้าใครอ่านแล้วอยากได้พิกัดร้านค้าออนไลน์ หรือลิงก์โปรโมชั่นเด็ดๆ ของแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ พิมพ์คำว่า "อยากได้พิกัด!" มาเลยครับ เดี๋ยวจัดให้! แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้านะครับทุกคน! บ๊ายบาย! 👋
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
แนะนำสำหรับคุณ
ราคา Johnnie Walker Platinum Label ล่าสุด (อัปเดตปี 2025)
Apple AirPort Time Capsule ราคาเท่าไหร่? คุ้มไหมที่จะซื้อปี 2024?
10 เมนบอร์ด ยี่ห้อไหนดี ปี 2025 ประสิทธิภาพสูง รองรับซีพียูรุ่นใหม่
10 ไมโครเวฟ Electrolux รุ่นไหนดี ปี 2025 ทำอาหารง่าย ฟังก์ชันครบ
ราคา iPhone 6 Plus ล่าสุด โปรโมชั่น และเคล็ดลับการซื้อ ปี 2025
ราคา iPhone 6s Plus ล่าสุด โปรโมชั่น และเคล็ดลับการซื้อ ปี 2025
